รีเทนเนอร์ (Retainers) คืออุปกรณ์ที่ต้องใส่หลังจัดฟันเสร็จ เพื่อคงตำแหน่งฟันไม่ให้เคลื่อนกลับไปเหมือนเดิม หลายคนเข้าใจผิดว่าจัดฟันเสร็จแล้วจบเลย แต่ความจริงรีเทนเนอร์สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนจัดฟัน เพราะถ้าละเลยไม่ใส่ ผลลัพธ์หลายปีที่ลงทุนไปอาจเสียเปล่าได้ บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ควรรู้อย่างละเอียด ทั้งประเภท ราคา และวิธีดูแลรักษา โดย Panda Dental Clinic
ทำไมต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน
ฟันของคนเราไม่ได้ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรแบบตายตัว แต่ยึดอยู่ด้วยเส้นใยเอ็นยึดปริทันต์ (Periodontal Ligament) ซึ่งมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตลอดเวลา นี่คือเหตุผลที่ทันตแพทย์สามารถขยับฟันด้วยการจัดฟันได้ตั้งแต่แรก แต่ก็หมายความว่าหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน เส้นใยเหล่านี้ยังไม่ปรับตัวเข้ากับตำแหน่งใหม่เต็มที่ ฟันจึงมีแนวโน้ม "จำ" ตำแหน่งเดิมและพยายามเคลื่อนกลับไป
นอกจากนี้ ฟันของทุกคน ไม่ว่าจะเคยจัดฟันหรือไม่ สามารถเคลื่อนที่ได้ตลอดชีวิตจากหลายปัจจัย เช่น การเจริญเติบโตของขากรรไกรตามวัย แรงบดเคี้ยวอาหารในแต่ละวัน การหายใจทางปาก พฤติกรรมการกลืนที่ผิดปกติ หรือแรงดันจากลิ้น การใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์จึงเป็นวิธีเดียวที่จะคงผลลัพธ์การจัดฟันไว้ในระยะยาว ไม่ว่าจะจัดฟันด้วยจัดฟันโลหะ จัดฟันดาม่อน หรือจัดฟันแบบใสก็ต้องใส่รีเทนเนอร์เหมือนกันทั้งหมด
รีเทนเนอร์มีกี่แบบ
ที่ Panda Dental Clinic มีรีเทนเนอร์ให้เลือก 4 แบบ แบ่งเป็นแบบถอดได้ 3 แบบ (ท่อสี ใส แบล็กเก็ต) และแบบติดแน่น 1 แบบ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ทันตแพทย์จะช่วยแนะนำแบบที่เหมาะกับสภาพฟันและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
รีเทนเนอร์ท่อสี
รีเทนเนอร์ท่อสีเป็นรีเทนเนอร์แบบลวดดั้งเดิม (คล้าย Hawley Retainer) ที่มีฐานอะคริลิกแนบกับเพดานปากหรือด้านในฟันล่าง ร่วมกับลวดโลหะด้านหน้าที่หุ้มด้วยท่อพลาสติกสีสันต่าง ๆ สามารถเลือกสี ลวดลาย หรือแม้แต่ใส่กลิตเตอร์ได้ตามใจชอบ
ข้อดี
- ลวดที่หุ้มท่อเข้าไปล็อกตามร่องฟันได้แน่น คงตำแหน่งฟันได้ดี
- เลือกสีและลวดลายได้เอง เพิ่มความสนุกให้การใส่รีเทนเนอร์
- ฐานอะคริลิกทนทาน ใช้งานได้นาน
ข้อเสีย
- ทันตแพทย์ไม่สามารถดัดปรับลวดแก้ไขได้เหมือนลวดเปลือย หากฟันเริ่มเคลื่อน
- ช่วงแรกที่ใส่อาจรู้สึกหนาที่ริมฝีปากหรือพูดไม่ชัดเล็กน้อย
- มองเห็นลวดได้เวลายิ้มหรือพูดคุย ไม่เหมาะกับคนที่ต้องพบปะผู้คนบ่อย

รีเทนเนอร์ใส
รีเทนเนอร์ใสทำจากแผ่นพลาสติกใสขึ้นรูปครอบทับฟันทั้งแถวคล้ายถาดจัดฟันใส มองแทบไม่เห็นเวลาสวมใส่ ไม่มีส่วนของเพดานปากเหมือนแบบลวด จึงไม่ค่อยรบกวนการพูด
ข้อดี
- มองแทบไม่เห็นเวลาสวมใส่ ดูเป็นธรรมชาติและเป็นมืออาชีพ
- ไม่มีลวดหรือชิ้นส่วนโลหะให้ระคายเคืองริมฝีปากและกระพุ้งแก้ม
- ถอดใส่สะดวก ทำความสะอาดง่ายกว่าแบบมีลวด
ข้อเสีย
- ติดคราบสีจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มร้อนได้ง่ายกว่าแบบอื่น
- วัสดุไม่ทนทานเท่าแบบลวด อาจฉีกขาดหรือขุ่นเมื่อใช้งานไปนาน ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่เป็นระยะ
- ขณะพูดอาจมีน้ำลายขังอยู่ในรีเทนเนอร์ ทำให้รู้สึกรำคาญได้ในช่วงแรก

รีเทนเนอร์แบล็กเก็ต
รีเทนเนอร์แบล็กเก็ตมีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายรีเทนเนอร์ท่อสี แต่เพิ่มแบร็กเก็ตจำลองติดอยู่บนฟัน ทำให้ยังคงมีลุคเหมือนกำลังจัดฟันอยู่ พร้อมใส่ยางโอริงหรือเชนสีต่าง ๆ ที่เปลี่ยนได้เองที่บ้านตามอารมณ์หรือโอกาส
ข้อดี
- เปลี่ยนสียางโอริงหรือเชนได้เองตามใจชอบ สนุกและปรับลุคได้เรื่อย ๆ
- ให้ฟีลเหมือนยังจัดฟันอยู่ เหมาะกับคนที่คิดถึงบรรยากาศตอนจัดฟัน
- ล็อกตำแหน่งฟันได้แน่นหนาเหมือนรีเทนเนอร์ท่อสี
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่ารีเทนเนอร์ท่อสีและรีเทนเนอร์ใสเล็กน้อย เพราะมีชิ้นส่วนมากกว่า
- มองเห็นแบร็กเก็ตจำลองชัดเจนเวลายิ้ม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเรียบร้อยแบบทางการ
- ต้องดูแลทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ตและยางโอริงเป็นพิเศษ ไม่งั้นคราบอาหารสะสมง่าย

รีเทนเนอร์แบบติดแน่น
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer) เป็นลวดเส้นเล็กที่ทันตแพทย์ยึดติดกับผิวด้านในของฟันหน้า (โดยมากตั้งแต่เขี้ยวถึงเขี้ยว) ด้วยวัสดุ Composite ถาวร ไม่สามารถถอดออกได้เอง ต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้ถอดหรือซ่อมแซมเท่านั้น มักใช้กับฟันหน้าล่างซึ่งเป็นตำแหน่งที่เคลื่อนกลับได้ง่ายที่สุด และบางเคสอาจใช้ร่วมกับรีเทนเนอร์แบบถอดได้เพื่อความมั่นใจสองชั้น
ข้อดี
- ลวดอยู่ด้านในฟัน มองไม่เห็นจากภายนอก ดูเป็นธรรมชาติที่สุดในบรรดารีเทนเนอร์ทุกแบบ
- ไม่ต้องถอดเวลากินอาหาร ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพึ่งวินัยของคนไข้
- เหมาะกับคนขี้ลืมถอด-ใส่ หรือกังวลว่าจะทำรีเทนเนอร์หาย
ข้อเสีย
- วัสดุ Composite ที่ยึดลวดทำให้หินปูนเกาะง่ายกว่าปกติ หากดูแลไม่ดีอาจเหงือกอักเสบ
- ใช้ไหมขัดฟันแบบปกติลอดไม่ได้ ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทำความสะอาด
- หากลวดหลุดหรือแตกโดยไม่รู้ตัว ฟันอาจเริ่มเคลื่อนโดยไม่ทันสังเกต
- เหมาะกับบางเคสเท่านั้น ทันตแพทย์ต้องประเมินความเหมาะสมก่อน
เลือกรีเทนเนอร์แบบไหนดี
หากเน้นความสวยงามและมองไม่เห็นเวลาสวมใส่ รีเทนเนอร์ใสตอบโจทย์ที่สุด หากต้องการแรงยึดฟันที่แน่นหนาและชอบสีสัน รีเทนเนอร์ท่อสีเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ส่วนใครที่คิดถึงบรรยากาศตอนจัดฟันหรืออยากได้ลุคสนุก ๆ เปลี่ยนสีได้เรื่อย ๆ รีเทนเนอร์แบล็กเก็ตจะตอบโจทย์ที่สุด และถ้าเป็นคนขี้ลืมถอด-ใส่ หรือต้องการความมั่นใจว่าฟันจะไม่เคลื่อนโดยไม่ต้องพึ่งวินัยตัวเอง รีเทนเนอร์แบบติดแน่นเหมาะที่สุด ทันตแพทย์จะช่วยพิจารณาร่วมกับสภาพฟันแต่ละคนอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
ราคารีเทนเนอร์ที่ Panda Dental Clinic
บริการ | ราคา |
|---|---|
รีเทนเนอร์ท่อสี / คู่ (บน-ล่าง) | 3,990 บาท |
รีเทนเนอร์ใส / คู่ (บน-ล่าง) | 3,990 บาท |
รีเทนเนอร์แบล็กเก็ต / คู่ (บน-ล่าง) | 5,990 บาท |
รีเทนเนอร์ท่อสี (1 ชิ้น) | 2,000 บาท |
รีเทนเนอร์แบล็กเก็ต (1 ชิ้น) | 3,500 บาท |
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น / ขากรรไกร | 3,000 บาท |
เพิ่มฟันปลอมใส่ในรีเทนเนอร์ / ซี่ | 800 บาท |
ปรับรีเทนเนอร์ | 300–500 บาท |
หากต้องการรีเทนเนอร์เฉพาะขากรรไกรบนหรือล่างเพียงชิ้นเดียว มีราคาแยกให้เลือกด้วย ราคาที่ต่างกันระหว่างแบบมาจากความซับซ้อนของวัสดุและขั้นตอนการผลิต เช่น รีเทนเนอร์แบล็กเก็ตที่มีชิ้นส่วนแบร็กเก็ตจำลองและยางโอริงเพิ่มเข้ามา จึงมีราคาสูงกว่ารีเทนเนอร์ท่อสีและรีเทนเนอร์ใสเล็กน้อย
เพิ่มฟันปลอมใส่ในรีเทนเนอร์ คืออะไร
สำหรับผู้ที่มีฟันหน้าหายไปชั่วคราว เช่น ระหว่างรอทำรากฟันเทียมหรือครอบฟัน สามารถเพิ่มฟันปลอมซี่เทียมติดเข้าไปในฐานรีเทนเนอร์ได้ ทันตแพทย์จะขึ้นรูปฟันปลอมให้มีสีและรูปทรงกลมกลืนกับฟันจริงข้างเคียง ช่วยให้มีฟันไว้ใช้ยิ้มหรือพูดคุยระหว่างรอการรักษาถาวร โดยไม่ต้องเว้นช่องว่างให้กังวลใจ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นเพียงทางเลือกชั่วคราวเพื่อความสวยงาม ไม่สามารถใช้บดเคี้ยวอาหารแข็งได้เหมือนฟันจริงหรือรากฟันเทียม ราคาเพิ่มเติมซี่ละ 800 บาท
ต้องใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน
การใส่รีเทนเนอร์แบ่งเป็นช่วง ๆ ตามคำแนะนำของทันตแพทย์โดยทั่วไป ดังนี้
- ช่วง 3–6 เดือนแรก: ใส่เกือบตลอดเวลา ยกเว้นตอนกินอาหารและแปรงฟัน เพราะเป็นช่วงวิกฤตที่เส้นใยเอ็นยึดปริทันต์และกระดูกรอบฟันยังปรับตัวไม่เต็มที่ ฟันมีโอกาสเคลื่อนกลับได้ง่ายที่สุด
- ช่วง 6 เดือน–2 ปีถัดมา: ทันตแพทย์มักลดให้ใส่เฉพาะตอนกลางคืนขณะนอนหลับ
- ระยะยาว: แนะนำให้ใส่ตอนนอนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แม้จะผ่านช่วงวิกฤตแรกไปแล้ว เพราะฟันของทุกคนสามารถเคลื่อนที่ได้ตลอดชีวิตจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเจริญเติบโตของขากรรไกร แรงบดเคี้ยว หรือพฤติกรรมการใช้ลิ้นและการกลืน
ทันตแพทย์จะประเมินและปรับความถี่ที่เหมาะสมให้ตามการนัดติดตามผลของแต่ละคน
ไม่ใส่รีเทนเนอร์จะเป็นอย่างไร
หากละเลยไม่ใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำ ฟันมีโอกาสเคลื่อนกลับสู่ตำแหน่งเดิมก่อนจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นฟันเกกลับมาซ้อน ฟันห่างกลับมาแยก หรือฟันบิดเบี้ยว ในกรณีที่เคลื่อนมากอาจต้องกลับไปจัดฟันใหม่ทั้งกระบวนการ เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำอีกรอบ
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต คือหากลืมใส่รีเทนเนอร์ไปหลายวันถึงหลายสัปดาห์ แล้วกลับมาใส่อีกครั้งรู้สึกแน่นหรือฝืดผิดปกติ นั่นเป็นสัญญาณว่าฟันเริ่มเคลื่อนตัวไปแล้ว ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันทีแทนที่จะฝืนใส่เองหรือหยุดใส่ไปเลย เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ฟันจะยิ่งเคลื่อนมากขึ้นและแก้ไขยากขึ้นตามไปด้วย
ดูแลรักษารีเทนเนอร์
รีเทนเนอร์แบบถอดได้ (ท่อสี / ใส / แบล็กเก็ต)
- ถอดล้างทำความสะอาดด้วยแปรงขนนุ่มและน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน หลีกเลี่ยงยาสีฟันที่มีเม็ดขัด เพราะอาจทำให้รีเทนเนอร์ใสเป็นรอยขุ่นได้
- แช่ในน้ำสะอาดหรือน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะเมื่อไม่ได้ใส่ ไม่ควรปล่อยให้แห้งนอกน้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้วัสดุผิดรูป
- หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดทุกขั้นตอน ทั้งตอนล้างและตอนแช่ เพราะความร้อนทำให้พลาสติกบิดงอได้ง่าย โดยเฉพาะรีเทนเนอร์ใส
- เก็บในกล่องที่คลินิกให้มาเสมอเมื่อไม่ได้ใส่ ไม่ควรห่อด้วยกระดาษทิชชู่หรือวางไว้เฉย ๆ เพราะเสี่ยงถูกทิ้งโดยไม่ตั้งใจหรือสัตว์เลี้ยงคาบไปกัดเล่น ซึ่งเป็นสาเหตุการชำรุดที่พบบ่อยมาก
- หากรีเทนเนอร์หลวม แน่นผิดปกติ แตก หรือร้าว ควรกลับมาปรับหรือทำใหม่ที่คลินิก ไม่ควรปรับหรือซ่อมเอง
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น
- ใช้ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (Floss Threader) หรือเครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดซอกฟัน (Water Flosser) แทนไหมขัดฟันแบบปกติ เพราะลอดใต้ลวดไม่ได้
- แปรงฟันบริเวณด้านในฟันหน้าอย่างละเอียดเป็นพิเศษ เนื่องจากวัสดุ Composite ที่ยึดลวดทำให้หินปูนเกาะง่ายกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวมากที่อาจทำให้ลวดหลุดหรืองอ
- ตรวจสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจสภาพลวดและทำความสะอาดหินปูนบริเวณที่เข้าถึงยาก
- หากสังเกตว่าลวดหลุดหรือรู้สึกฟันขยับ ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้
สรุป
รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำต่อเนื่องหลังจัดฟันเสร็จ เพื่อคงผลลัพธ์ที่ได้มาให้อยู่นาน ที่ Panda Dental Clinic อุดรธานีและหนองบัวลำภู มีให้เลือกทั้งท่อสี ใส แบล็กเก็ต และแบบติดแน่น เริ่มต้นที่ 3,990 บาท หรือดูบริการทันตกรรมทั้งหมดของเรา



